article

กรมบัญชีกลาง ห่วงใย! ช่วงการระบาดของโควิด 19 ระลอกใหม่ เร่งประชาสัมพันธ์แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุ มุ่งสร้างความเป็นธรรมให้แก่คู่สัญญา ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19
13 ม.ค. 2564
icon 4087

นายภูมิศักดิ์  อรัญญาเกษมสุข อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด 19 ระลอกใหม่ และเกิดผลกระทบในการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ และประชาชนได้รับความเดือดร้อน กรมบัญชีกลางในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลเกี่ยวกับกฎ ระเบียบ ด้านการเงินการคลัง มีความห่วงใยทุกภาคส่วนของสังคมในช่วงที่เกิดวิกฤติ จึงขอประชาสัมพันธ์การอนุมัติ แนวทาง วิธีปฏิบัติต่าง ๆ ที่ช่วยบรรเทาผลกระทบโดยคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (กวจ.) ได้ซ้อมความเข้าใจแนวทางบริหารสัญญาจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการพิจารณางดหรือลดค่าปรับ หรือการขยายระยะเวลาทำการ ช่วงที่มีผลกระทบจากโควิด 19 เพื่อให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

กรณีที่เกิดโควิด 19 ก่อนที่หน่วยงานของรัฐลงนามในสัญญาหรือข้อตกลง หากหน่วยงานของรัฐมีหนังสือแจ้งให้ผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือก มาลงนามในสัญญาหรือข้อตกลงภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือกไม่สามารถมาลงนามได้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด 19 โดยหน่วยงานของรัฐพิจารณาแล้วและจำเป็นต้องลงนามในระยะเวลาที่กำหนดไว้ให้เรียกผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือกที่เสนอราคาต่ำสุดหรือผู้ที่ได้คะแนนรวมสูงสุดมาทำสัญญาหรือข้อตกลง หากไม่ยอมเข้าทำสัญญา ให้ถือว่ามีเหตุอันสมควร ไม่ถือเป็นผู้ทิ้งงาน และให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการคืนหลักประกันการเสนอราคาให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย

กรณีที่เกิดโควิด 19 หลังจากหน่วยงานของรัฐลงนามในสัญญาหรือข้อตกลงแล้ว เนื่องจากโควิด 19 ถือเป็นเหตุสุดวิสัย ตามมาตรา 102 วรรคหนึ่ง (2) ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาการงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือขยายระยะเวลาการทำตามสัญญาหรือข้อตกลง ดังนี้

  1. กรณีที่สัญญายังไม่ครบกำหนด ให้หน่วยงานของรัฐนำจำนวนวันที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 มาขยายระยะเวลาทำการ ตามสัญญาหรือข้อตกลง ตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริง
  2. กรณีที่สัญญาครบกำหนดและมีค่าปรับเกิดขึ้นแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐนำจำนวนวันที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 มางดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา ตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริง

ทั้งนี้ “จำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริง” ให้พิจารณาจากกฎหมาย ข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งของทางราชการที่ให้หน่วยงานของรัฐปิดทำการ สั่งห้ามเข้าพื้นที่เสี่ยง หรือสั่งห้ามกระทำหรือสั่งการใด ๆ จนถึงวันที่เปิดทำการ  หรือวันที่กระทำการ หรือดำเนินการได้ตามปกติ โดยมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

1.กรณีสัญญากำหนดแบ่งการชำระเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างออกเป็นหลายงวด และสัญญาได้ครบกำหนดส่งมอบพัสดุแล้ว แต่คู่สัญญายังมิได้ส่งมอบพัสดุในงวดสุดท้าย เนื่องจากมีเหตุที่ได้รับผลกระทบจากกรณีโควิด 19 เกิดขึ้น และเป็นผลให้สัญญามีค่าปรับ ให้ดำเนินการ ดังนี้

(1) หากเหตุยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากสถานการณ์ของโควิด 19 ไม่อาจกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดได้แน่นอน และคู่สัญญาที่ได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าวอาจไม่สามารถแจ้งเหตุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง ดังนั้น เพื่อให้คู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐได้รับความเป็นธรรมในการดำเนินตามสัญญา จึงยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบฯ ข้อ 182 โดยให้คู่สัญญาแจ้งความประสงค์จะของดหรือลดค่าปรับอันเนื่องจากเหตุดังกล่าว ยังไม่สิ้นสุดต่อหน่วยงานของรัฐ ซึ่งไม่อาจกำหนดจำนวนวันที่จะขอแจ้งเหตุเพื่องดหรือลดค่าปรับได้ พร้อมทั้งให้หน่วยงานของรัฐจ่ายเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างตามสัญญาโดยยังไม่หักค่าปรับออกจากค่าพัสดุหรือค่าจ้างสำหรับการจ่ายเงินในงวดนั้น ๆ ทั้งนี้ เมื่อเหตุที่ได้รับผลกระทบจากกรณีโรคโควิด 19 ได้สิ้นสุดลงแล้ว ให้ดำเนินการตามข้อ 2 ต่อไป

(2) หากเหตุดังกล่าวสิ้นสุดลงแล้ว และหน่วยงานของรัฐสามารถพิจารณาจำนวนเงินค่าปรับได้ ให้หักค่าปรับออกจากค่าพัสดุหรือค่าจ้างสำหรับการจ่ายเงินในงวดนั้น ๆ โดยให้ดำเนินการตามข้อ 2 ต่อไป

  1. กรณีสัญญากำหนดแบ่งการชำระเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างเป็นงวดเดียวหรือกรณีที่คู่สัญญาส่งมอบพัสดุในงวดสุดท้าย ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณางดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญาตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริง

จากการที่รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 และได้ขยายระยะเวลาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งยังไม่สามารถทราบได้ว่าจะมีการขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไปอีกหรือไม่ จึงไม่อาจกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดได้แน่นอน ดังนั้น จึงให้ถือว่าวันที่ 26 มีนาคม 2563 เป็นวันที่คู่สัญญาได้รับผลกระทบ หรือมีปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงาน หรือไม่สามารถปฏิบัติงานตามสัญญา และเป็นวันเริ่มต้นของการนับระยะเวลา การให้ความช่วยเหลือเป็นตันมา จนกว่าคู่สัญญาสามารถปฏิบัติงานตามสัญญาได้ตามปกติโดยไม่มีผลกระทบจากโรคโควิด 19 แต่อย่างใด

 ทั้งนี้ ได้มีการกำหนดหลักฐานหรือเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาของหน่วยงานของรัฐ ไว้ด้วย

การตรวจรับพัสดุของหน่วยงานของรัฐ ให้ดำเนินการ ดังนี้

  1. หากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุไม่สามารถดำเนินการตรวจรับพัสดุได้ตามสัญญาหรือข้อตกลงตามระยะเวลา ที่กำหนด ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาแต่งตั้งบุคคลที่อยู่ในพื้นที่นั้น ๆ เป็นคณะกรรมการตรวจรับพัสดุแทนได้
  2. ให้เลื่อนระยะเวลาการตรวจรับพัสดุออกไปก่อน จนกว่าคณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะสามารถดำเนินการตามปกติได้

“ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางได้แจ้งแนวทางบริหารสัญญาจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ช่วงที่มีผลกระทบจากโควิด 19 ให้ส่วนราชการถือปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกันแล้ว รายละเอียดตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 171 ลงวันที่ 24 เมษายน 2563 และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการพิจารณางดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายระยะเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลง ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายละเอียดตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 423 ลงวันที่ 10 กันยายน 2563 หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center กรมบัญชีกลาง 02 270 6400 ในวัน เวลาทำการ” อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าว

gallery-0
gallery-1