รวมเรื่อง เกี่ยวกับ เงินเดือน ค่าจ้าง สิทธิประโยชน์

 

bullet

ร่างพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
Source - มติคณะรัฐมนตรี (Th)
September 05, 2007 12:57

           คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้


           กระทรวงศึกษาธิการเสนอว่าเนื่องจากข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นข้าราชการที่ได้รับสิทธิตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 5 มิถุนายน 2550 ในการที่จะได้ปรับอัตราเงินเดือนเป็นร้อยละเท่ากันทุกตำแหน่งในอัตราร้อยละ 4 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2550 ประกอบกับบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาปัจจุบันไม่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นจนทำให้รายได้สุทธิของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาลดลง สมควรปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมาเพื่อดำเนินการ โดยมีสาระสำคัญเป็นการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแนบท้ายพระราชกฤษฎีกาปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2549 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละเท่ากันทุกอันดับในอัตราร้อยละ 4 หากอัตราใดมีเศษไม่ถึงสิบบาท ปรับเพิ่มขึ้นเป็นสิบบาท

--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีชุดพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 4 กันยายน 2550--จบ--
 

bullet

ร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
Source - มติคณะรัฐมนตรี (Th)
Wednesday, August 29, 2007 09:48


        คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่สำนักงาน ก.พ. เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วดำเนินการต่อไปได้


        สำนักงาน ก.พ. เสนอว่า เนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2550 อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งกำหนดให้ปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ พ.ศ. 2548 โดยให้เพิ่มเป็นร้อยละ 4 ทุกอัตราตามอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราเงินเดือนท้ายพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ซึ่งจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2550 ดังนั้น จำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมตารางเทียบขั้นเงินเดือนแต่ละอันดับที่ข้าราชการจะได้รับ เมื่อได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งท้าย กฎ ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือนให้สอดคล้องกับการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนท้ายพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงได้เสนอ ร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่ง ก.พ. ได้มีมติเห็นชอบด้วยแล้ว และรองนายกรัฐมนตรี (นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์) สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้เสนอคณะรัฐมนตรีทราบต่อไป มาเพื่อดำเนินการ
ร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีสาระสำคัญดังนี้

1. ร่างกฎ ก.พ. นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2550 เป็นต้นไป (ร่างข้อ 1)
2. แก้ไขตารางเทียบขั้นเงินเดือนแต่ละอันดับที่ข้าราชการจะได้รับเมื่อได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งท้ายกฎ ก.พ. นี้ ให้สอดคล้องกับการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนท้ายพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการฯ (ร่างข้อ 2)

--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีชุดพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 28 สิงหาคม 2550--จบ--
 

bullet

คลังชงปรับค่าครองชีพ ขรก.
Source - เดลินิวส์ (Th)
Tuesday, August 14, 2007 16:31


               รายงานจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 14 ส.ค. กระทรวงการคลังขอความเห็นชอบร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พ.ศ. ...... ซึ่งเป็นการแก้ไข นิยาม “ข้าราชการ” ให้สอดคล้องกับกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบข้าราชการแต่ละประเภทที่ได้เปลี่ยนแปลงไป และการปรับปรุงให้ข้าราชการและลูก จ้างประจำของส่วนราชการที่มีอัตราเงินเดือน หรือค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 11,000 บาท ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว เดือนละ 1,000 บาท แต่เมื่อรวมกับเงินเดือนแล้วต้องไม่เกินเดือนละ 11,000 บาท กรณีเมื่อได้ดำเนินการดังกล่าวแล้วยังไม่ถึงเดือนละ 7,700 บาท ก็ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวอีกจำนวนหนึ่ง จนมีจำนวนรวมถึง 7,700 บาท
               
                 รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากนี้ยังขอความเห็นชอบร่างระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวและเงินช่วยเหลือสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เพื่อปรับอัตราการจ่ายเงินค่าตอบแทนสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กระทรวงมหาดไทย โดยปรับอัตราเงินค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 4 ของค่าตอบแทนที่ได้รับอยู่เดิม และปรับอัตราเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวแก่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ในหลักเกณฑ์และอัตราเช่นเดียวกับข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ ทั้งนี้เป็นการดำเนินการภายหลังจากที่ ครม. มีมติเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2550 เห็นชอบแนวทางการปรับค่าตอบแทนภาคราชการตามที่สำนักงาน ก.พ. เสนอ โดยให้ปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการ รวมทั้งเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐทุกอัตราเท่ากันร้อยละ 4 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 50 และปรับอัตราเงินเดือนขั้นสูงและขั้นต่ำของผู้มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มการครองชีพเพื่อมีผลให้รายได้ขั้นสูงของผู้มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวปรับเพิ่มเป็น 11,000 บาท และรายได้ขั้นต่ำปรับเพิ่มเป็น 7,700 บาท

                  อนึ่งในการประชุม ครม. วันเดียวกัน ทางคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) จะเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาอนุมัติให้สามารถใช้อัตราว่างงาน จากผลการเกษียณอายุของข้าราชการตำรวจเมื่อ สิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2549 ในส่วนที่ต้องยุบเลิกร้อยละ 50 ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2549 มาจัดสรรให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมการปกครอง สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ.--จบ--

--เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 15 ส.ค. 2550--

 

bullet

ร่างเกณฑ์จัดเออร์ลี่รีไทร์ ขรก.วัยเกิน50ปีทำงานกว่า20ปี
Source - เว็บไซต์คมชัดลึก (Th)
Monday, August 13, 2007 08:49

        ร่างหลักเกณฑ์ให้หน่วยงานราชการระดับกระทรวง-กรม ใช้งบเหลือจ่ายจัดโครงการเออร์ลี่รีไทร์ได้เองตามมติ ครม. วางกรอบให้ข้าราชการเข้าร่วมโครงการอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป มีอายุราชการเกิน 20 ปี เหลือเวลาทำงานมากกว่า 1 ปี คาดเกณฑ์แล้วเสร็จเริ่มใช้ได้ในปีหน้า


         นายนนทิกร กาญจนะจิตรา ที่ปรึกษาระบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดเผยว่า ช่วง 1-2 เดือนก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้หน่วยงานราชการทั้งระดับกระทรวงและระดับกรมสามารถใช้งบประมาณเหลือจ่ายนำมาจัดทำโครงการเออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการในสังกัดได้เอง หากหน่วยงานราชการใดมีเงินเหลือจ่ายเพียงพอก็จัดโครงการได้ปีละ 1 ครั้ง หรือ 2 ปีต่อครั้งโดยคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) กำลังจัดทำร่างหลักเกณฑ์ในเรื่องนี้โดยเบื้องต้นมีเกณฑ์คร่าวๆ เช่น ต้องเป็นข้าราชการที่อายุเกิน 50 ปีขึ้นไปมีอายุราชการเกิน 20 ปี มีอายุราชการเหลือมากกว่า 1 ปี คาดว่าร่างหลักเกณฑ์น่าจะแล้วเสร็จและนำมาใช้ได้ในปี 2551

        "มติ ครม.ที่ออกมาเปิดโอกาสให้หน่วยงานราชการเปลี่ยนบุคลากรได้มากขึ้น แต่ต้องมีความพร้อมในด้านงบประมาณมีงบเหลือจ่ายเพียงพอจะทำโครงการเออร์ลี่รไทร์ข้าราชการในสังกัด เงื่อนไขในด้านสภาพแวดล้อมเช่น การปรับโครงสร้างอายุข้าราชการบางหน่วยงาน บางกระทรวง มีข้าราชการอายุมากเป็นจำนวนมาก และมีซีสูงๆ เยอะ ถ้าจัดโครงการเออร์ลี่รีไทร์ขึ้น จะมีบุคลากรรุ่นใหม่เข้ามาแทนที่และได้อัตรากำลังเพิ่ม เช่น ข้าราชการระดับซี 9 เกษียณก่อนกำหนดออกไป ก็จะนำอัตรามาบรรจุข้าราชการระดับ 3 ได้หลายคน แต่เข้าใจว่าหน่วยงานราชการจะทำโครงการจะต้องเสนอ คปร.ก่อน" ที่ปรึกษาระบบราชการ ก.พ.กล่าว

            นายนนทิกร กล่าวอีกว่า ปัจจุบันระบบราชการไทยมีปัญหาขาดแคลนบุคลากรสายแพทย์ ทันตแพทย์ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข พบว่า โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคทำให้แพทย์ ลาออกปีละ 500 คน ตอนนี้พยาบาลวิชาชีพย้ายไปอยู่โรงพยาบาลเอกชนจำนวนมาก รวมถึงขาดแคลน นัดวิชาการคอมพิวเตอร์เก่งๆ นักกฎหมายระดับที่ปรึกษาซี 6-8 สอบได้ก็ไปเป็นผู้พิพากษา

            ทั้งนี้ จึงต้องปฏิรูประบบราชการใหม่โดยยกเลิกระบบซีและแบ่งข้าราชการพลเรือนสามัญเป็น 4 ประเภท ทั้งบริหาร อำนวยการ วิชาการและทั่วไป แบ่งบัญชีเงินเดือนเป็น 4 บัญชี ซึ่งบัญชีเงินเดือนนี้ยังไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด อย่างญี่ปุ่นมีบัญชีเงินเดือนถึง 19 บัญชี ทำให้เวลาปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการแต่ละสายทำได้คล่องตัวส่วนไทยทุก 3-5 ปีก็ค่อยๆ ปรับอัตราเงินเดือนและค่าตอบแทนให้เหมาะสม--จบ--

ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

bullet

ร่างพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ...
Source - มติคณะรัฐมนตรี (Th)
Tuesday, July 17, 2007 17:05


               คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้

               กระทรวงการคลังเสนอว่า เนื่องจากในปัจจุบันสภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพได้เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2550 เห็นชอบให้มีการปรับปรุงอัตราเงินเดือนข้าราชการประเภทต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับภาวะการครองชีพ จึงควรเพิ่มเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ช.ค.บ.) ให้สอดคล้องกัน โดยใช้เงินงบประมาณจากงบกลาง ปีละประมาณ 2,400 ล้านบาท จึงได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมาเพื่อดำเนินการ

              ร่างพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาท หรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการอยู่แล้ว ในวันที่ 1 ตุลาคม 2550 ให้ได้รับ ช.ค.บ. ในอัตราเดือนละร้อยละสี่ของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญ ช.ค.บ. ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีชุดพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 17 กรกฎาคม 2550--จบ--
 

bullet

เหะหะพาที: อำลา...ระบบ “ซี”
Source - เว็บไซต์ไทยรัฐ (Th)
Friday, June 29, 2007 03:00


                ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีเรื่องใหญ่มากอยู่เรื่องหนึ่ง แต่เนื่องจากบ้านเรายามนี้คงจะมีเรื่องใหญ่ๆเยอะเกินไป... มติคณะรัฐมนตรีที่ควรจะใหญ่พอสมควรเรื่องนี้จึงถูกซุกไว้ในข่าวการเมืองทั่วๆไป

               ครับ! มติที่ว่ารัฐบาลนี้จะยกเลิกระบบข้าราชการที่เรียกว่าระบบจำแนกตำแหน่ง หรือระบบ “ซี” เสียแล้วนั่นแหละ
อีกไม่นานจากนี้ไป...เมื่อกฎหมายที่รัฐบาลเห็นชอบเมื่อวันอังคารผ่าน สนช. ออกมาประกาศใช้ คำว่า “ซี” ก็จะหายไปจากระบบราชการ
ที่เราได้ยินว่า ซี 1 ซี 2 ซี 3 ฯลฯ ไปจนถึง ซี 9 ซี 10 ซี 11 จะไม่มีอีกแล้ว

              นอกจากมติเรื่องนี้แล้ว ยังมีการกำหนดระบบบัญชีเงินเดือนข้าราชการใหม่ 4 ประเภท ทำให้เงินเดือนข้าราชการขึ้นมาใกล้เคียงกับเงินเดือนของภาคเอกชน
ขณะเดียวกัน ก็จะมีการกำหนดให้ข้าราชการในระดับผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ หรือนักวิชาการ สามารถทำงานได้จนถึงอายุ 65 ปี ไม่จำเป็นต้องเกษียณที่อายุ 60 ปี
รายละเอียดต่างๆเหล่านี้ ขอให้ผู้ที่สนใจและติดตามความเคลื่อนไหวของระบบราชการไทยหาอ่านกันเอาเองนะครับ

             สำหรับผมขออนุญาตพูดถึงการยกเลิกระบบซีเพียงเรื่องเดียวก็แล้วกัน เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ หรือเคยใหญ่ที่สุดสำหรับราชการ
เมื่อตอนจะเปลี่ยนมาใช้ระบบซีนั้น ข้าราชการไทยเราใช้ระบบชั้นพิเศษ ชั้นเอก ชั้นโท ชั้นตรี ชั้นจัตวา มีอยู่ 5 ขั้น หรือ 5 ระดับ
เป็นระบบที่คนไทยคุ้นเคย เพราะใช้ปฏิบัติกันอยู่นานมาก ทำให้ต้องมีการชี้แจง ต้องทำความเข้าใจกันอย่างขนานใหญ่ ถึงขั้นต้องออกโทรทัศน์ชี้แจงกันเลยในสมัยโน้น
ผมยังจำได้ ข้าราชการรุ่นพี่ที่หนุ่มฟ้อหล่อมาก พูดจาฉาดฉานท่านหนึ่งออกมาพูดเรื่องนี้จนทำให้ผู้คนยอมรับระบบซี ก็คือท่าน ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ ที่ต่อมาได้เป็นถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร
 
              ในแวดวงข้าราชการเองนั้น แรกๆก็มีการประท้วง มีการไม่ยอมรับ เพราะยังยึดติดอยู่กับระบบเอก โท ตรีกันอยู่
แต่ระยะหลังมีการปรับปรุงโยงกลับไปสู่ระบบเก่า เช่น มีการเทียบอย่างไม่เป็นทางการว่า ซีนั้นเท่ากับชั้นตรีนะ ซีโน้นเท่ากับชั้นเอก หรือชั้นพิเศษนะ
เวลาแต่งเครื่องแบบก็จะติดขีดบนอินทรธนูคล้ายๆของเดิม ซีใดเทียบชั้นตรี ก็ขีดเดียว ซีใดชั้นโทก็สองขีด ชั้นเอก 3 ขีด และพวกที่เท่ากับชั้นพิเศษก็ 4 ขีด

               ข้าราชการจึงหันมานิยมระบบซี และนิยมมากจนแทบไม่เชื่อว่า ระบบตัวเลขจะมีความหมายต่อข้าราชการไทยถึงขนาดนั้น
มีการวิ่งเต้นขอขยายตัวเลขจนมีคนล้อเลียนว่า เกิดระบบซีเฟ้อขึ้นแล้วในระบบราชการไทย
เพราะหลายๆตำแหน่ง ทั้งๆที่ยังเรียกเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่ระดับซีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ซึ่งถ้าจะว่าไปก็เป็นเรื่องน่าเห็นใจ เพราะคนเราก็อยากมีความก้าวหน้า มีความเปลี่ยนแปลงในการทำงาน
การได้ตัวเลขใหม่ที่สูงขึ้น ถือเป็นความก้าวหน้าอย่างหนึ่ง

              นอกจากนั้น ตัวเลขซียังโยงไปสู่ขั้นเงินเดือน ไปสู่การรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งเป็นแรงจูงใจอีกอย่างของการรับราชการ
การวิ่งเต้นไขว่คว้าหาซี จึงค่อนข้างโกลาหลในระบบราชการไทย

             ผมไม่ทราบว่า การเปลี่ยนแปลงใหม่จะนำไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นหรือไม่... เพราะทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงเราก็เชื่อว่าดีกว่าเก่ามาโดยตลอด
เสร็จแล้วก็อย่างที่เห็นๆ...พอมีการประเมินผลออกมามักจะพบว่า ไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไรนัก โดยเฉพาะผลโดยรวมที่มีต่อประชาชนและประเทศชาติ

            รวมทั้งการยกเลิกระบบซี หันมาใช้ระบบใหม่ที่เป็นมติ ครม. เมื่อวันอังคารที่แล้ว ก็คงจะต้องติดตามดูผลกันต่อไป
ผมไม่มีความเห็นอะไรมากไปกว่านี้ นอกจากขออนุญาตบันทึกไว้เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งของระบบราชการไทย

              สวัสดีและบ๊ายบาย...นะครับระบบซี...ต่อไปก็เห็นจะเหลือแต่ “ซี.12” คนเขียนคอลัมน์ “มุมข้าราชการ” ของไทยรัฐเท่านั้น...
เว้นเสียแต่คุณซี.12 จะอยากเปลี่ยนนามปากกาให้เข้ากับระบบใหม่ที่จะเกิดขึ้น...เมืองไทยก็จะไร้ระบบซีโดยสิ้นเชิง
“สูญพันธุ์” คำว่า “ซี” นับแต่บัดนั้นเป็นต้นไปแล.
"ซูม"--จบ--

ที่มา: http://www.thairath.co.th


 

bullet

มุมข้าราชการ: ปรับเงินเดือนราชการ
Source - เว็บไซต์ไทยรัฐ (Th)
Tuesday, June 12, 2007 02:56

                   อังคารที่แล้วคณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการปรับปรุง ค่าตอบแทนภาคราชการ คือการปรับเงินเดือนใหม่ให้ข้าราชการทุกประเภท
ภาษาทางการบอกว่าเป็นการอนุมัติหลักการของร่างพระราชกฤษฎีกา การปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ตามที่สำนักงาน ก.พ.เสนอ

                
ทั้งนี้ แนวทางการปรับปรุงค่าตอบแทนภาคราชการมี 2 ระยะ ดังนี้
ระยะเร่งด่วน ให้ปรับอัตราเงินเดือนเป็นร้อยละ 4 เท่ากันทุกตำแหน่ง สำหรับข้าราชการพลเรือน ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย ข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม ตุลาการศาลปกครอง ข้าราชการอัยการ ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ข้าราชการการเมือง ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่นๆ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2550


               
พร้อมกันนี้มีการปรับอัตราเงินเดือนขั้นสูงและขั้นต่ำ ของผู้มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว ซึ่งจะมีผลให้ รายได้ขั้นสูงของผู้มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวปรับเพิ่มเป็น 11,000 บาท และรายได้ขั้นต่ำปรับเพิ่มเป็น 7,700 บาท
นอกจากนั้น ยังมีการปรับเงินช่วยเหลือการครองชีพข้าราชการบำนาญ ในอัตราร้อยละ 4 ด้วย รวมงบประมาณที่ต้องใช้ในการนี้ประมาณ 17,000 ล้านบาท


                   ส่วน ระยะยาว ครม.มีมติให้พิจารณาปรับโครงสร้างค่าตอบแทนภาคราชการ เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของค่าตอบแทนของข้าราชการประเภทต่างๆ โดยกำหนดอัตราเงินเดือนข้าราชการให้แตกต่างกันตามลักษณะงาน และระดับตำแหน่งอย่างเหมาะสมเป็นธรรม รวมทั้งปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการให้ใกล้เคียงกับอัตราเงินเดือน ของภาคเอกชนในตลาดแรงงาน โดยมอบหมายให้สำนักงาน ก.พ.ศึกษาเรื่องนี้เป็นการเฉพาะต่อไป


              แถมท้ายมีเรื่อง โครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด ผ่านความเห็นชอบในหลักการจาก ครม.ให้มีการดำเนินการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของรัฐด้วย
โดยหากหน่วยงานใดพิจารณาแล้วเห็นว่า การดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวแล้วไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานโดยรวมของส่วนราชการ และมีงบประมาณของส่วนราชการรองรับ ให้พิจารณาดำเนินการได้ตามกฎเกณฑ์ที่วางไว้
รวมทั้งโครงการเกษียณอายุราชการของกระทรวงกลาโหมด้วย.
“ซี.12”--จบ--

ที่มา: http://www.thairath.co.th

 

bullet

บัญชีกลางรื้อ กม.กว่า 10 ฉบับ เพิ่มอำนาจ กงช.ปรับเงินเดือน
Source - บ้านเมือง (Th)
Saturday, October 08, 2005 11:32


                                  นายบุญศักดิ์ เจียมปรีชา กรมบัญชีกลาง เปิดเผยภายว่า ในปีงบประมาณ 2549 นี้ กรมบัญชีกลาง จะปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์มุ่งไปสู่การเป็นหน่วยงานบริการกลาง ภายใต้หน้าที่บริหารรายจ่ายภาครัฐและสนับสนุนการบริหารเศรษฐกิจการเงินการคลังด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและบุคลากร เพื่อให้ข้าราชการ ลูกจ้าง ผู้ที่มีสิทธิ์เกี่ยวข้อง รวมถึงส่วนราชการต่างๆ ทั่วประเทศได้รับการบริการจากกรมบัญชีกลางที่จะทำงานด้วยความโปร่งใสและรวดเร็ว โดยเตรียมปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรมบัญชีกลางกว่า 10 ฉบับ อาทิ พ.ร.บ.เงินเดือนข้าราชการ ปี 2538 เพื่อให้คณะกรรมการเงินเดือนแห่งชาติ (กงช.) สามารถปรับปรุงเงินเดือนให้ครอบคลุมถึงหน่วยงานองค์กรอิสระและองค์การมหาชน อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่เคยเกิดปัญหามาแล้ว

                                  
นอกจากนี้จะมีการตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่มีอำนาจหน้าที่ในการป้องกันการทุจริตการประมูลจัดซื้อจัดจ้าง และรับเรื่องร้องเรียนจากการประมูลงานของหน่วยงานภาครัฐ แม้ว่าในปีงบประมาณ 2548 กรมบัญชีกลางจะได้พัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีการประมูลด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-auction) แต่ก็ยังมีการร้องเรียนว่ามีโครงการที่ประมูลงานไม่โปร่งใสอยู่ โดยเฉพาะการประมูลซื้อคอมพิวเตอร์ที่มีการร้องเรียนมากที่สุด ซึ่งหน่วยงานที่จะจัดตั้งขึ้นมาใหม่นี้อาจจะไม่ได้เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมบัญชีกลางก็ได้

สำหรับอัตราเงินเดือนใหม่ของข้าราชการและลูกจ้างที่จะได้รับตั้งแต่เดือน ต.ค.นี้เป็นต้นไป กรมบัญชีกลางได้ติดตามและประสานไปยังส่วนราชการต่างๆ แล้ว ซึ่งทุกส่วนราชการได้ออกคำสั่งจ่ายเงินเดือนใหม่เกือบทั้งหมดแล้วคิดเป็น 98.59% ของหน่วยเบิกจ่ายทั้งหมด ส่วนที่เหลือมีเพียง 3 หน่วยงานที่ยังไม่สามารถดำเนินการออกคำสั่งจ่ายเงินเดือนใหม่ได้ แต่คาดว่าในเดือน พ.ย.48 ข้าราชการและลูกจ้างหน่วยงานทั้ง 3 แห่งนี้จะได้รับเงินเดือนในอัตราใหม่
 

bullet

ผู้สูงอายุเฮ ครม.ให้สิทธิ งดจ่ายภาษี

Source - เว็บไซต์ไทยโพสต์ (Th) Wednesday, September 28, 2005  03:29

          ครม.เพิ่มเพดานลดหย่อนภาษีให้ผู้สูงอายุถึง  1.9  แสนบาท   รายได้ไม่เกินเดือนละ  31,600  บาท  คาด  1  แสนคนรับสิทธิไม่ต้องเสียภาษี   สรรพากรเฉือน  1.2  พันล้าน
 

          นายไชยยศ สะสมทรัพย์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง  เปิดเผยว่า  เมื่อวันที่  27 ..ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี  (ครม.) เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอเรื่องมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่มีอายุ  65  ปีขึ้นไป   โดยผู้เสียภาษีสามารถหักค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้อีก 190,000 บาท  จากการหักค่าใช้จ่ายปกติทำให้ผู้สูงอายุที่มีเงินได้สุทธิทั้งปีไม่เกิน  380,000  บาท   หรือมีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน  31,600  บาท   จะไม่มีภาระภาษีอีกต่อไปเพื่อเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้สูงอายุ   หรือผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณ
 

          สำหรับมาตรการดังกล่าว  กรมสรรพากรจะออกประกาศเป็นกฎกระทรวงบังคับใช้ต่อไป  ซึ่งจะมีผลบังคับใช้สำหรับเงินได้ในปี 2548 ที่กรมสรรพากรเตรียมจะเปิดยื่นแบบเสียภาษีภายในวันที่ 1 ..2549-31 มี..2549  เป็นต้นไป  โดยมีผู้สูงอายุได้รับสิทธิจากมาตรการนี้ประมาณ  100,000  คน
 

          นายศิโรตม์ สวัสดิพาณิชย์  อธิบดีกรมสรรพากร  กล่าวว่า  ผู้ที่มีอายุ  65  ปีขึ้นไป  หรือผู้ที่เกิดก่อนปี  2483 และพำนักอยู่ในประเทศไทยเกิน  180  วันตามปีปฏิทิน   จะมีสิทธิได้รับเพิ่มวงเงินหักค่าใช้จ่ายพิเศษอีกรายละ 190,000  บาท   จากปัจจุบันที่กรมสรรพากรงดเว้นจัดเก็บภาษี   สำหรับผู้ที่มีเงินได้สุทธิไม่เกินปีละ 190,000  บาท  หรือมีเงินเดือนไม่เกิน  16,000  บาทอยู่แล้ว   ดังนั้นผู้ที่มีอายุ  65  ปีขึ้นไป   จึงได้รับสิทธิเพิ่มวงเงินหักค่าใช้จ่ายอีกเท่าตัวจากวงเงินเดิม
 

          แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้สรรพากรได้เสนอตัวเลขวงเงินหักค่าใช้จ่าย สำหรับผู้สูงอายุไว้ที่ 120,000 บาทต่อคนต่อปีเท่านั้น  แต่ระหว่างการพิจารณาของ ครม.นายกรัฐมนตรีเห็นว่า   วงเงินดังกล่าวนั้นน้อยไป   จึงขอให้สรรพากรทบทวนตัวเลขใหม่   ซึ่งภายหลังทบทวนใหม่แล้ว  ที่ประชุมก็เห็นร่วมกันว่าวงเงินที่เหมาะสมน่าจะอยู่ที่  190,000  บาท   ซึ่งเป็นวงเงินที่เพิ่มขึ้นจากสิทธิที่ได้รับเดิม 1 เท่าพอดี  ทำให้รายได้ของกรมสรรพากรลดลงอีก  300  ล้านบาท   รวมรายได้ลดลง  1,200  ล้านบาท.
--จบ--

-------------------------------------------------------------------------------------

bullet

การเบิกจ่ายค่าตอบแทนนอกเหนือเงินเดือน ฯ (ว.141 ลว.26 ก.ย.48)    [ รายละเอียด ]
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

bullet

การปรับโครงสร้างอัตราค่าจ้างลูกจ้างของส่วนราชาการ (ว.135  ลว.20 ก.ย.48)  ... [รายละเอียด PDF file ]
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

bullet

การเบิกจ่ายเงินเดือน

Source - เว็บไซต์ข่าวสด (Th) Friday, September 23, 2005  02:23

          คอลัมน์ ท้องถิ่นชวนรู้

          1.ให้ส่วนราชการเร่งรัดออกคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน (ครั้งที่ 2) 1 ..48 ให้แล้วเสร็จทันการเบิกจ่ายในเดือนต..นี้

          2.ให้เลื่อนขั้นเงินเดือน ณ วันที่ 1 ..48 ก่อนการปรับใช้บัญชีอัตราเงินเดือนใหม่ (ยกเว้นผู้ไม่มีสิทธิเลื่อนขั้นเงินเดือน)

          3.ให้ใช้บัญชีถือจ่ายเงินเดือนประจำปีงบประมาณ พ..2548 หรือข้อมูลการเบิกจ่ายในระบบบัญชีถือจ่ายฯ สำหรับส่วนราชการที่เข้าโครงการจ่ายเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของข้าราชการโดยตรง เป็นฐานในการเบิกจ่าย

          4.ไม่ต้องออกคำสั่งสำหรับการปรับบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการ จากบัญชีอัตราเงินเดือนที่ใช้ในปัจจุบันเข้าสู่บัญชีอัตราเงินเดือนตามพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ

          5.ส่วนราชการที่เข้าโครงการจ่ายเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของข้าราชการโดยตรง ให้ปฏิบัติตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด กค.0409.4/ 63 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2548

          6.ส่วนราชการที่ยังไม่ได้เข้าโครงการจ่ายเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของข้าราชการโดยตรงให้ปฏิบัติตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด กค.0409.3/ 115 ลงวันที่ 30 กันยายน 2547

          7.ให้ส่วนราชการแจ้งจำนวนเงินที่ใช้ในการปรับอัตราเงินเดือน ณ 1 ตุลาคม 48 และส่งบัญชีรายละเอียดการปรับอัตราเงินเดือน (รวมทั้งอัตราว่าง) ให้กรมบัญชีกลาง ภายในเดือนพฤศจิกายน

          ความร่วมมือ"ข่าวสด"-กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  กระทรวงมหาดไทย
 -----------------------------------------------------------

bullet

ร่างพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

Source - มติคณะรัฐมนตรี  14 ก..ย. 2548

 

          คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่ ..) .. ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ  และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน แล้วดำเนินการต่อไปได้ 

 

          ทั้งนี้  กระทรวงการคลังชี้แจงว่า  รัฐบาลมีนโยบายให้กระทรวงการคลังพิจารณาปรับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (...) ให้แก่ผู้รับบำนาญในอัตราร้อยละห้าของเงินเบี้ยหวัดหรือบำนาญ และ ช... ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเพื่อช่วยเหลือผู้รับบำนาญในสภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น และเพื่อให้สอดคล้องกับการปรับปรุงอัตราเงินเดือนข้าราชการ  ซึ่งในการดำเนินการดังกล่าวจะต้องใช้เงินงบประมาณ  ประมาณปีละ 2,633 ล้านบาท (กรณีไม่รวม ช... 5,100 บาท) หรือประมาณปีละ 2,687 ล้านบาท (กรณีรวม ช... 5,100 บาท)

 

          ร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว  มีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ พ.. 2521  เพื่อเพิ่มเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น (เพิ่มมาตรา 4 ทศ) โดยกำหนดให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ  บำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ  บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะ  ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ  อยู่แล้ว ในวันที่ 1 ตุลาคม 2548  ให้ได้รับ  ... เพิ่มขึ้นในอัตราเดือนละร้อยละห้าของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญ  และ ช... ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ  โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม  2548 

 

   --ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ชุดพ...ดร.ทักษิณ ชินวัตร) วันที่ 13 กันยายน 2548 --จบ--

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

bullet

ข้าราชการเฮคลั่งดันครม.แก้กม.ใช้สิทธิบำเหน็จตกทอดค้ำกู้เงินแบงก์

Source - เว็บไซต์เดลินิวส์  13 ก.ย. 2548

 

          รายงานจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมครม. วันที่ 13 .. กระทรวงการคลังเสนอให้ ครม. เห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพ...บำเหน็จบำนาญข้าราชการและร่าง พ...กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ โดยให้ผู้รับบำนาญสามารถนำบำเหน็จตกทอด และบำนาญทั่วไป นำสิทธิเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้เงินกับสถาบันการเงินได้


          “
มีผู้รับบำนาญอีกมากที่รับเงินอัตราต่ำ ได้รับความเดือดร้อนจากสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป จึงสมควรกำหนดให้กลุ่มดังกล่าวสามารถนำสิทธิบำเหน็จตกทอดส่วนที่เหลืออยู่ไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้จากสถาบันการเงินได้ ซึ่งจะมีผลกระทบต่องบประมาณในกรณีที่มีการผิดสัญญาค้ำประกันคือทำให้มีการนำเงิน  งบประมาณบางส่วนมาจ่ายเร็วขึ้น และหากในปีงบประมาณใดมีการถูกบังคับเอาหลักทรัพย์ค้ำประกันก็จะใช้วงเงินงบกลางของปีงบประมาณ  นั้น ๆ แต่ถ้าไม่พอก็จะขออนุมัติงบกลางเพิ่มเติมเป็นปี ๆ ไป”


          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ ครม.ได้อนุมัติหลักเกณฑ์ของข้าราชการบำนาญ ที่ได้รับเงินบำเหน็จตกทอดก่อนเสียชีวิตตามที่กระทรวงการคลังเสนอ คือข้าราชการรับบำนาญที่ต้องการรับเงินบำเหน็จตกทอดก่อนตกถึงทายาทจะได้รับเงิน 50% ของบำเหน็จตกทอด หรือ 15 เดือน แต่เมื่อรวมแล้วจะได้รับเงินบำเหน็จตกทอดคิดเป็นเงินไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนที่เกินกว่า 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 50% ของเงินบำเหน็จตกทอด ให้ใช้วิธีนำเอกสารสิทธิที่รับไปกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ เช่น ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย.

--จบ--

 

bullet

ขรก. บำนาญเฮไม่ต้องสำรองค่ารักษา สปสช.ออกหน้าเคลียร์แทนเริ่ม 1 ตุลาคม

               Source – 12 ก.ย. 48    เว็บไซต์มติชน

 

          นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) เปิดเผยว่า สปสช.ได้ประสานกับกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ดำเนินการเบิกเงินสวัสดิการการรักษาพยาบาลแทน จากเดิมที่เมื่อเจ็บป่วยซึ่งเป็นข้าราชการจะต้องสำรองจ่ายค่ารักษา และทำเรื่องเบิกจากต้นสังกัดคืนภายหลัง ซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยาก เป็นให้ข้าราชการเข้ารับการรักษาพยาบาล โดยไม่ต้องสำรองจ่าย แต่ใช้วิธีให้คนไข้มอบอำนาจ สปสช. เป็นผู้เบิกเงินแทน คาดว่าจะเริ่มในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

 

          "กลุ่มแรกให้บริการแก่ข้าราชการบำนาญ จากนั้นอีก 6 เดือน จะขยายไปยังข้าราชการทั่วไป สปสช. จะร่วมกับสำนักงานประกันสังคม กรมบัญชีกลาง ในการให้บริการสุขภาพกับประชาชนทุกคน และในปี 2549 จะเริ่มดำเนินการด้านการสร้างสุขภาพกับหน่วยงานพันธมิตร ซึ่ง สปสช.จะมีการตั้งสาขาครบทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เพื่อเก็บข้อมูลด้านสุขภาพของประชาชนทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่การก้าวก่ายหรือทำให้สาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) ลำบากใจ แต่เป็นการทำงานร่วมกัน เพื่อให้ทั้งระบบดีขึ้น" นพ.สงวนกล่าว และว่า คาดว่าในปีงบประมาณ 2549 การใช้จ่ายงบประมาณในโครงการ 30 บาท ช่วยคนไทยห่างไกลโรค จะราบรื่นและเพียงพอมากกว่าปีที่ผ่านๆ มา เนื่องจากได้รับงบประมาณ 1,659 บาทต่อคน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีแผนที่จะกระจายอำนาจการบริหารงบประมาณโครงการนี้ไปสู่ท้องถิ่น แต่ขณะนี้โรงพยาบาลเกือบทุกแห่งยังไม่พร้อมที่จะรองรับนโยบายคาดว่ารัฐบาลอาจจะยืดเวลาการกระจายอำนาจออกไป แต่หากโรงพยาบาลไม่มีการเตรียมความพร้อมคงช่วยอะไรไม่ได้มากนัก

 

          นพ.สงวนกล่าวถึงปัญหาของโครงการ 30 บาท ว่า เงินไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ผู้ปฏิบัติงานต้องรู้จริง และมีความตั้งใจจริงในการทำงาน หากทำให้การกระจายของงบประมาณเป็นไปอย่างเหมาะสม จะทำให้งบประมาณไม่ขาดแคลนอย่างที่เคยเป็นอยู่  ส่วนปัญหางบประมาณซื้อยาไม่เพียงพอนั้นสามารถแก้ไขโดยจัดระบบใหม่ ใช้วิธีต่อรองการซื้อยา ซึ่งปกติใช้กับยาพื้นฐาน ไม่ใช่ยาเฉพาะโรค เช่น โรคฮีโมฟีเลีย ยารักษามะเร็ง รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ลิ้นหัวใจ หากโรงพยาบาลรวมตัวกันซื้อยา และอุปกรณ์ราคาแพงเหล่านี้ จะทำให้มีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น แต่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคเป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพของยาที่จะซื้อก่อน

--จบ--
 

 

bullet

กพ.ชี้แจง พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่ที่กาฬสินธุ์

             Source – 1  ก.ย. 48  กรมประชาสัมพันธ์


          สำนักงาน กพ. จัดประชุมชี้แจง และรับฟังความคิดเห็นจากข้าราชการทุกหน่วยงานในจังหวัดกาฬสินธุ์ เกี่ยวกับการแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่ที่กำลังจะนำเข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา

          เมื่อเช้าวันนี้  1  กันยายน  2548  ที่โรงแรมริมปาว  จังหวัดกาฬสินธุ์นายเยี่ยมสุริยา  พาลุสุข  รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่  ซึ่งสำนักงาน ก.. และ จังหวัดกาฬสินธุ์ได้ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อให้ข้าราชการพลเรือนจากทุกหน่วยงานในจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เข้าใจในสาระสำคัญของการปรับปรุงพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่ที่กำลังจะนำเข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเร็ว ๆ นี้ และเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากข้าราชการที่เข้าประชุมกว่า 200  คนเกี่ยวกับการแก้ไข  พรบ. ดังกล่าวให้มีความสมบูรณ์เป็นประโยชน์ต่อข้าราชการเองและสามารถขับเคลื่อนดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลให้สัมฤทธิ์ผลและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ

          สำหรับสาระสำคัญของ พรบ.ระเบียบข้าราชการฉบับใหม่จะมีการเปลี่ยนจาก พรบ.ฉบับเดิมอยู่หลายประการ เช่น  มีการปรับปรุงประเภทข้าราชการใหม่เป็น 3 ประเภท ประกอบด้วยข้าราชการพลเรือนสามัญ ข้าราชการพลเรือนในพระองค์และข้าราชการพลเรือนวิสามัญ  จะมีการกำหนดตำแหน่งข้าราชการใหม่จากเดิมที่กำหนดตำแหน่งเป็นซี 1 – ซี 11  เป็นการกำหนดให้สอดคล้องกับลักษณะงานแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มบริหาร  กลุ่มอำนวยการ  กลุ่มวิชาการ และกลุ่มทั่วไป    มีการเปลี่ยนแปลงระบบเงินเดือนใหม่จากเดิมจะใช้บัญชีเงินเดือนเดียวกันทุกประเภททุกตำแหน่งมาเป็นบัญชีหลากหลายแยกตามประเภทตำแหน่งเพื่อประโยชน์ทั้งการปรับอัตราให้สอดคล้องกับตลาด  การบริหารผลงานและสมรรถนะของข้าราชการแต่ละประเภท  และนอกจากนั้นยังมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างตำแหน่ง  ปรับปรุงค่าตอบแทน  และเพิ่มสมรรถนะข้าราชการด้วย

 

          ที่มา: สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

 

 

bullet

ไล่จี้หน่วยงานรัฐ รีบขึ้นขั้นให้ขรก. เติมเงินเดือน5%

              Source -          20 ..48 --โพสต์ทูเดย์

 

          โพสต์ทูเดย์ — คลังเร่งหน่วยราชการต่างๆ ออกคำสั่งขึ้นขั้นเงินเดือนข้าราชการก่อน เพื่อที่จะได้จ่ายเงินเดือนใหม่ขึ้น 5% ได้ทันเดือน ตุลาคมนี้สนองนโยบายเติมกำลังเงิน

          นายบุญศักดิ์ เจียมปรีชา อธิบดีกรม บัญชีกลาง กล่าวว่า ตอนนี้กระทรวงการคลัง ได้ซักซ้อมหน่วยงานข้าราชการในทุกสังกัด  ทุกกระทรวง ทบวง กรม ในการออกคำสั่งขึ้นเงินเดือนข้าราชการประจำปีงบประมาณ 2549 ที่จะเริ่มในเดือนตุลาคมนี้ โดยให้แต่ละหน่วยงานปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการประจำปีให้เป็นขั้น ให้เรียบร้อยก่อนสิ้นเดือนตุลาคม

          หลังจากนั้นก็ให้ปรับขึ้นเงินเดือนใหม่อีก 5% ของเงินเดือนที่ได้ปรับขึ้นขั้นแล้ว

          ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะเป็นไปตามนโยบายของ พ...ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจากราคาน้ำมันแพง

          นายบุญศักดิ์ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่น่าจะมีปัญหา ข้าราชการทุกคนสามารถรับเงินเดือนอัตราใหม่ได้ทันเดือนตุลาคมอย่างแน่นอน โดยรัฐบาลใช้งบประมาณการขึ้นเงินเดือนข้าราชการครั้งนี้ประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท

          นอกจากนี้ ในส่วนของข้าราชการบำนาญ ก็จะได้รับเงินเดือนใหม่เพิ่มขึ้น 5% เหมือนกัน แต่ในส่วนของข้าราชการบำนาญที่เงินเดือน ไม่ถึง 7 พันบาท กรมบัญชีกลางจะปรับขึ้นมาให้ได้ 7 พันบาทก่อน และปรับเพิ่มอีก 5%

          นายบุญศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับนโยบายการขึ้นเงินเดือนข้าราชการครั้งต่อไปจะเป็นเมื่อไร ไม่สามารถตอบได้ขึ้นอยู่กับนโยบาย ซึ่งต้องพิจารณาความพร้อมในหลายๆ ด้าน

--
จบ--

 

 

bullet

ข้าราชการเฮงขึ้นเงินสองเด้ง

               Source - 15 .. 48 --ข่าวหุ้น

 

          ข้าราชการกว่า 2 ล้านคน เฮงไม่เลิก กระทรวงการคลังใจถึงปรับขึ้นเงินเดือนให้เดือนตุลาคมตามปกติก่อน แล้วถึงปรับขึ้นพิเศษให้อีก 5% ตามมาตรการมงฟอร์ตของนายกทักษิณ

          นายบุญศักดิ์ เจียมปรีชา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ข้าราชการ 2 ล้านคนทั่วประเทศจะได้รับเงินเดือนใหม่ทันในเดือนตุลาคมปีนี้ ตามที่ พ...ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายไว้ โดยข้าราชการจะได้ปรับขั้นเงินเดือนตามเกณฑ์ปกติก่อน ตามผลงานและได้ปรับพิเศษอีก 5% เพื่อให้ข้าราชการมีชีวิตเป็นอยู่ดีขึ้น

          นายบุญศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนของข้าราชการบำนาญที่ผ่านมาทางกรมบัญชีกลางได้ทำเรื่องให้มีการปรับเงินเดือนของข้าราชการที่รับบำนาญต่ำกว่า 5,100 บาทต่อเดือน ให้ขึ้นเป็น 5,100 บาทต่อเดือนก่อน หลังจากนั้นถึงจะปรับขึ้นเงินเดือนบำนาญทั้งหมด 5%พร้อมกันทั้งหมด เพื่อไม่ให้คนเงินเดือนน้อยเสียประโยชน์

          ปัจจุบันมีข้าราชการบำนาญจำนวน 319,000 คน เป็นเงินค่าบำนาญเดือนละ 4,000ล้านบาท การเพิ่มเงินเดือนข้าราชการบำนาญขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 5,100 บาทต่อเดือน ต้องใช้เงินเพิ่มเดือนละ 171 ล้านบาท และการปรับเงินเดือนขึ้นอีก 5% ต้องใช้เงินเดือนละ 200 ล้านบาท

          ด้านนายสาธิต รังคสิริ รองอธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ขณะกรมสรรพากรได้สรุปรายละเอียดรองรับมาตรการมงฟอร์ต ที่ให้ผู้ประกอบการนำเงินฝึกอบรมพนักงานมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า และการเพิ่มค่าครองชีพให้กับพนักงาน 1,000 บาท และไม่ต่ำกว่า 7,000 บาทต่อเดือน เรียบร้อย มาหักภาษีได้ 1.5 เท่า ให้มีผลตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้ โดยผู้ประกอบการสามารถนำรายจ่ายทั้งสองส่วนมาหักได้ทั้งหมดไม่มีกำหนดว่าห้ามเกินเท่าไร โดยมาตรการนี้มีกำหนดใช้ได้ถึงปี 2550 มาตรการนี้ทำให้กรมสรรพากรเสียรายได้ไม่ถึง 10,000 ล้านบาท และจะนำรายละเอียดเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันอังคารนี้--จบ--

 

bullet

ขรก. ถูกหวย เงินเดือน 2 เด้ง

              Source - 15 ..48 --โพสต์ทูเดย์

 

        โพสต์ทูเดย์ — ข้าราชการกว่า 2 ล้านคน ได้โชค 2 ชั้น กระทรวงการคลังใจถึง ปรับขึ้นเงินเดือนให้ตามปกติก่อน แล้วถึงปรับขึ้นให้อีก 5% ขณะ ที่ข้าราชการบำนาญถ้าได้ไม่ถึง 5.1 พันบาท  ก็จะปรับให้ชนเพดานแล้วค่อยเพิ่มเงินให้ ตามมาตรการมงฟอร์ตของนายกฯ ทักษิณ

          นายบุญศักดิ์ เจียมปรีชา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ข้าราชการ 2 ล้านคนทั่วประเทศจะได้รับเงินเดือนใหม่ทันในเดือนตุลาคม 2548 ตามที่ พ...ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายไว้ในงาน 72 ปี โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ที่ผ่านมา โดยข้าราชการจะได้ปรับขั้นเงินเดือนตามปกติก่อน ตามผลงานที่ทำมากได้มากก็ปรับมาก  มีผลงานน้อยก็ได้ปรับขั้นน้อย หลังจากนั้น ข้าราชการก็จะได้ปรับขึ้นอีก 5% โดยคิดจากฐานเงินเดือนใหม่ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้ข้าราชการมีชีวิตเป็นอยู่ดีขึ้น

          ในส่วนของข้าราชการบำนาญ ที่ผ่านมากรมบัญชีกลางได้ทำเรื่องให้มีการปรับเงินเดือนของ ข้าราชการที่รับบำนาญต่ำกว่า 5.1 พันบาทต่อเดือน ให้เป็น 5.1 พันบาทต่อเดือนก่อน หลังจากนั้นถึงจะปรับขึ้นเงินเดือนบำนาญทั้งหมด 5% พร้อมกันทั้งหมด เพื่อไม่ให้คนเงินเดือนน้อยเสียประโยชน์ และกระจายผลประโยชน์ไปให้ทั่วถึงเหมือนข้าราชการที่ยังไม่ได้เกษียณ

          ปัจจุบัน ข้าราชการบำนาญมีอยู่จำนวน 319,000 คน ใช้เงินเดือนละ 4 พันล้านบาท การเพิ่มเงินเดือนข้าราชการบำนาญขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 5.1 พันบาทต่อเดือน ต้องใช้เงินเพิ่มเดือนละ 171 ล้านบาท จากนั้นเมื่อปรับบำนาญขึ้นอีก 5% ต้องใช้เงินเดือนละ 200 ล้านบาท รวมเป็นการใช้เงินเพิ่มอีกทั้งสิ้น 371 ล้านบาท

          “เราต้องการให้ข้าราชการทุกคนได้ประโยชน์มากที่สุด จึงพยายามดูรายละเอียดต่างๆ ไม่ให้ ข้าราชการต้องเสียประโยชน์จากการปรับขึ้นเงินเดือนครั้งนี้ ซึ่งงบประมาณยังอยู่ในกรอบ 2 หมื่นล้านบาทที่ตั้งไว้” นายบุญศักดิ์ กล่าว

          ด้าน นายสาธิต รังคสิริ รองอธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ได้สรุปรายละเอียดรองรับมาตรการมงฟอร์ต ที่ให้ผู้ประกอบการนำเงิน ฝึกอบรมพนักงานมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า และการเพิ่มค่าครองชีพให้กับพนักงาน 1 พันบาท และไม่ต่ำกว่า 7 พันบาทต่อเดือน มาหักภาษีได้ 1.5 เท่า ให้มีผลตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้ โดยผู้ประกอบการสามารถนำรายจ่ายทั้งสองส่วนมาหักได้ทั้งหมด ไม่มีกำหนดว่าห้ามเกินเท่าไร

          มาตรการดังกล่าวมีกำหนดใช้ได้ถึงปี 2550  ทำให้กรมสรรพากรเสียรายได้ไม่ถึง 1 หมื่นล้านบาท และจะนำรายละเอียดเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันอังคารนี้

          นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การแก้ไขหนี้สินภาคประชาชนตามมาตรการมงฟอร์ต ได้สั่งการให้กรมบัญชีกลางเพื่อหาทางช่วยเหลือ

          นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการและขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ เนื่องจากปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งในภาวะที่เศรษฐกิจผันผวนอย่างนี้ จะช่วยให้ผ่อนคลาย ลงได้บ้าง--จบ--

 

bullet

ตารางเปรียบเทียบเงินเดือน เก่าและใหม่ ต.ค. 48 <<< ...รายละเอียด... >>>

 

Get Acrobat Reader HERE !!

          

online

Posted: 09.06.2550 16:48

 pvmonthly:

pvhomepage