เรื่อง มาตรการปรับค่าตอบแทนภาคราชการ 

คณะรัฐมนตรีพิจารณามาตรการปรับค่าตอบแทนภาคราชการ ตามที่คณะกรรมการพิจารณาเงินเดือน 
แห่งชาติ ( กงช .) เสนอ แล้วมีมติ ดังนี้ 

1. เห็นชอบข้อเสนอการปรับค่าตอบแทนภาคราชการสำหรับข้าราชการและลูกจ้างส่วนราชการ โดยไม่รวมข้าราชการตุลาการและอัยการ 

2. อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการ พ . ศ . .... 

3. เห็นชอบบัญชีเทียบอันดับและขั้น ระดับและชั้น ระดับและขั้น จากบัญชีอัตราเงินเดือนที่ใช้ในปัจจุบันเข้าสู่บัญชีอัตราเงินเดือนตามพระราชกฤษฎีกาปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ พ . ศ . .... และ 

4. มอบหมายให้กระทรวงการคลังรับไปดำเนินการออกระเบียบเพื่อรองรับการจ่ายเงินค่าตอบแทนพิเศษ และพิจารณาช่วยเหลือการครองชีพของข้าราชการบำนาญในอัตราร้อยละ 3 เช่นเดียวกับข้าราชการและลูกจ้างส่วนราชการ 

ทั้งนี้ ในส่วนของข้าราชการระดับ 1 – 7 ให้ได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือน ณ วันที่ 1 เมษายน 2547 คนละ 2 ขั้น ด้วย 

มาตรการปรับค่าตอบแทนภาคราชการมีสาระสำคัญ คือ 

1. มาตรการปรับค่าตอบแทนภาคราชการประกอบด้วย การปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการ และการให้ 

ค่าตอบแทนพิเศษ ดังนี้ 

1.1 การปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการ 

1.1.1 วัตถุประสงค์เพื่อชดเชยอำนาจซื้อของข้าราชการที่ลดลงจากการที่ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นอย่างมากระหว่างปี พ . ศ . 2537 - 2546 และเพิ่มขวัญและกำลังใจในการทำงานของข้าราชการโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าราชการในระดับปฏิบัติการ โดยไม่รวมข้าราชการตุลาการและอัยการซึ่งได้ปรับเพิ่มในอัตราที่สูงไปแล้วตั้งแต่ พ . ศ . 2543 และ พ . ศ . 2544 

1.1.2 แนวทางการปรับอัตราเงินเดือน 

1) ปรับเพิ่มในอัตราร้อยละ 3 เท่ากัน ทุกอัตราตามร่างพระราชกฤษฎีกาปรับอัตราเงินเดือน 
ของข้าราชการ พ . ศ . .... โดยให้มีผลบังคับใช้ 1 เมษายน 2547 และให้กระทรวงการคลังพิจารณาปรับเงินช่วยเหลือการครองชีพให้แก่ข้าราชการบำนาญในอัตราเดียวกันด้วย 

2) ให้ใช้บัญชีใหม่หลังการเลื่อนขั้นเงินเดือนตามผลการประเมินประสิทธิภาพผลการปฏิบัติงานของข้าราชการในรอบตุลาคม 2546 - มีนาคม 2547 แล้ว ตามบัญชีเทียบอันดับและขั้น ระดับและชั้น ระดับและขั้นจากบัญชีอัตราเงินเดือนที่ใช้ในปัจจุบันเข้าสู่บัญชีอัตราเงินเดือนตามพระราชกฤษฎีกาปรับอัตราเงินเดือนฯ 

3) ให้กระทรวงการคลังออกระเบียบโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 10 ของพระราชบัญญัติ 
ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ . ศ . 2545 เพื่อให้ข้าราชการพลเรือนสามัญระดับ 1 - 7 ที่ได้รับเงินเดือนในอัตราขั้นสูงสุดของอันดับและขั้นก่อนสูงสุดของอันดับตามบัญชีอัตราเงินเดือนใหม่ ได้รับเพิ่มอีกประมาณร้อยละ 4 และร้อยละ 2 ตามลำดับ ทั้งนี้ ให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการประเภทอื่นออกระเบียบในลักษณะเดียวกันสำหรับข้าราชการในอันดับ ระดับ หรือชั้น ที่เทียบได้และได้รับเงินเดือนในลักษณะดังกล่าว 

การปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตามแนวทางและวิธีการดังกล่าวจะใช้เงินงบประมาณ 11,000 ล้านบาท ( ครึ่งปี ) 

1.2 ค่าตอบแทนพิเศษ 

1.2.1 วัตถุประสงค์ สร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับข้าราชการกลุ่มที่มีผลกระทบสูงต่อ 
ประสิทธิภาพและประสิทธิผลงานราชการโดยไม่สร้างภาระบำเหน็จบำนาญ 

1.2.2 แนวทาง กำหนดให้มีค่าตอบแทนพิเศษสำหรับข้าราชการผู้มีผลกระทบสูงต่อประสิทธิภาพงานราชการ 3 ประเภท 

1.2.3 วิธีการ ให้กระทรวงการคลังออกระเบียบโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 10 ของพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ . ศ . 2545 เพื่อกำหนดค่าตอบแทนพิเศษ ตามแนวทางข้อ 1.2.2 

2. ร่างพระราชกฤษฎีกาปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ พ . ศ . .... มีสาระสำคัญ คือ ปรับอัตราเงินเดือนและกำหนดให้มีบัญชีอัตราเงินเดือนของข้าราชการ เพื่อใช้แทนบัญชีอัตราเงินเดือนท้ายพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ . ศ . 2538 เพื่อให้เหมาะสมกับค่าครองชีพในปัจจุบัน โดยปรับเพิ่มในอัตราร้อยละ 3 เท่ากันทุกอัตรา และให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2547 เป็นต้นไป 

เรื่อง การกำหนดเป้าหมาย ยุทธศาสตร์และมาตรการเกี่ยวกับการปรับปรุงค่าตอบแทนของข้าราชการ 

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการกำหนดเป้าหมาย มาตรการ แนวทาง รายละเอียดของการปรับปรุงค่าตอบแทนของข้าราชการ กำหนดเวลาและวิธีการจ่ายค่าตอบแทน ตามที่สำนักงาน ก . พ . ร . เสนอ 

สำนักงาน ก . พ . ร . รายงานว่าคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ( ก . พ . ร .) ได้พิจารณาเกี่ยวกับการ 
ปรับปรุงค่าตอบแทนของข้าราชการแล้วเห็นว่า การปรับโครงสร้างระบบค่าตอบแทนของข้าราชการทั้งระบบอย่างเต็ม 
รูปแบบยังมีข้อจำกัดอยู่หลายประการ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ในทันที ก . พ . ร . จึงเห็นสมควรกำหนดเป้าหมาย 
มาตรการ และแนวทางเกี่ยวกับการปรับปรุงค่าตอบแทนของข้าราชการในระยะเฉพาะหน้า ดังนี้ 

1. เป้าหมาย 

มุ่งเน้นให้ข้าราชการมีขวัญและกำลังใจดีขึ้น ได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรมเหมาะสมกับการครองชีพ 
สามารถอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมีเวลาทุ่มเทให้กับงานราชการอย่างเต็มที่ 

2. มาตรการ ในการปรับค่าตอบแทนของข้าราชการ ควรใช้มาตรการ ดังนี้ 

2.1 ใช้มาตรการระยะสั้น โดยปรับอัตราเงินเดือนให้แก่ข้าราชการทุกประเภท ซึ่งมีบัญชีอัตราเงินแนบ 
ท้ายพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ . ศ . 2536 และลูกจ้างส่วนราชการ ยกเว้น ข้าราชการตุลาการ และข้าราชการอัยการ 

2.2 ไม่เป็นภาระผูกผันในระยะยาวแก่รัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลสามารถบริหารค่าตอบแทนในอนาคตได้ 
อย่างคล่องตัว 

2.3 จัดค่าตอบแทนให้แก่ข้าราชการในหลายรูปแบบทั้งที่เป็นส่วนเพิ่มของอัตราเงินเดือน ค่าตอบแทนตามข้อตกลงว่าด้วยผลงานหรือคำรับรองการปฏิบัติราชการ เงินเพิ่มประจำตำแหน่งและค่าตอบแทนหรือเงินรางวัลสำหรับการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 

3. แนวทาง 

ปรับปรุงค่าตอบแทนของข้าราชการโดยแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ การปรับเงินเดือนของข้าราชการ และการให้ค่าตอบแทนพิเศษอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เงินเดือนของข้าราชการ โดยวงเงินงบประมาณที่ต้องใช้ในการปรับปรุงค่าตอบแทนดังกล่าวประมาณ 33,140 ล้านบาทต่อปี ( ครึ่งปีแรกประมาณ 16,570 ล้านบาท ) กล่าวคือ การปรับเงินเดือนของ ข้าราชการ 22,000 ล้านบาทต่อปี การให้ค่าตอบแทนพิเศษอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เงินเดือนของข้าราชการ 11,140 ล้านบาทต่อปี 

4. รายละเอียดของการปรับปรุงค่าตอบแทนของข้าราชการ 

4.1 ส่วนที่ 1 ปรับเงินเดือนให้แก่ข้าราชการทุกระดับในอัตราร้อยละ 3 ของอัตราเงินที่ได้รับอยู่ และปรับเงินเดือนให้อีก 2 ขั้น สำหรับข้าราชการระดับ 1-7 

4.2 ส่วนที่ 2 การให้ค่าตอบแทนพิเศษอื่นๆ ที่ไม่ใช่เงินเดือนของข้าราชการ แบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ 

ประเภทที่ 1 กำหนดค่าตอบแทนหรือเงินเพิ่มพิเศษตามลักษณะของการปฏิบัติงาน ซึ่งมีปัจจัย 

ตัวแปร 5 ประการ คือ 1) การขาดแคลนของวิชาชีพ 2) การเลี่ยงภัย ตรากตรำ ไม่น่าอภิรมย์ 3) พื้นที่พิเศษ 

4) ภารกิจที่ได้รับมอบหมายเพิ่มเติมจากภารกิจประจำ สำหรับกรณีดังกล่าวนี้สามารถดำเนินการได้โดยอาศัยมติ 
คณะรัฐมนตรี และให้กระทรวงการคลังออกเป็นระเบียบให้ได้รับเงินเพิ่มพิเศษได้ 5) การดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร 
ประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะและอื่น ๆ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม 

กลุ่มที่ 1 ได้แก่ผู้บริหารที่ได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทบริหารทั้งผู้บริหารระดับสูง ( ระดับ 9- 
10-11) และผู้บริหารระดับกลาง ( ระดับ 8) ของทุกหน่วยงานให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งเพิ่มอีก 1 เท่าตัว 

กลุ่มที่ 2 ได้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะตั้งแต่ระดับ 9 ขึ้นไป ผู้ดำรงตำแหน่ง 
วิชาชีพเฉพาะและผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการตั้งแต่ระดับ 8 ขึ้นไปให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งเพิ่มอีก 1 เท่าตัว 

กลุ่มที่ 3 ได้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 8 และ 8 ว ทุกคนให้ได้รับเงินเพิ่มคนละ 3,500 บาท 

ทั้งนี้ ในแต่ละกลุ่มอาจกำหนดให้มีเงื่อนไขบางประการเกี่ยวกับการปรับปรุงประสิทธิภาพของการทำงานประกอบด้วยก็ได้ 

ประเภทที่ 2 กำหนดค่าตอบแทนหรือเงินเพิ่มพิเศษตามผลงาน ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน 

1) กำหนดเป็นเงินเพิ่มให้กับผู้บริหารระดับสูง ( ระดับ 10-11) ซึ่งเป็นหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อปรับเข้าสู่ระบบใหม่ โดยผู้บริหารต้องทำข้อตกลงว่าด้วยผลงานหรือคำรับรองการปฏิบัติราชการและต้องได้รับการประเมินผลงาน ถ้าไม่ผ่านการประเมินผลงานตามเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนดอาจต้องถูกปรับเปลี่ยนให้ไปดำรงตำแหน่งอื่น เช่น อัตรากำลังทดแทน และงดจ่ายเงินเพิ่มดังกล่าว การให้เงินเพิ่มกับผู้บริหารดังกล่าวนี้ ได้กำหนดโดยยึดราคาของตำแหน่งเป็นสำคัญ คือ นำเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งประเภทผู้บริหารที่ได้รับไปหักออกจากราคาของตำแหน่ง และอาจแปรผันไปตามระดับของผลงาน 

2) กำหนดเป็นเงินเพิ่มให้กับผู้บริการระดับรองลงไปของหน่วยงานนำร่องหรือกลุ่มท้าทาย โดยกำหนดให้ได้รับเงินเพิ่มประจำตำแหน่งแบบตายตัว การจ่ายเงินเพิ่มดังกล่าวให้นำเงินประจำตำแหน่งประเภทผู้บริหารที่ได้รับไปหักออกก่อน และอาจแปรผันไปตามระดับของผลงาน 

ประเภทที่ 3 กำหนดเงินรางวัลให้แก่หน่วยงานและผู้ปฏิบัติงานที่มีผลการประเมินอยู่ในระดับสูง 

5. กำหนดเวลาและวิธีการจ่ายค่าตอบแทน 

5.1 ส่วนที่ 1 การปรับเงินเดือนข้าราชการ สามารถเริ่มได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2547 เป็นต้นไป 

5.2 ส่วนที่ 2 การให้ค่าตอบแทนพิเศษอื่น ๆ 

ประเภทที่ 1 จ่ายรายเดือนตั้งแต่ เดือนเมษายน 2547 เป็นต้นไป 

ประเภทที่ 2 เหมาจ่ายราย 6 เดือนตามผลการประเมิน โดยจ่ายครั้งแรกสำหรับผลงานในช่วง 

เมษายน 2547 – กันยายน 2547 

ประเภทที่ 3 เหมาจ่ายปลายปีตามผลงาน 

 

Posted: 03.10.2547 10:15