รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง - นายประมวล สภาวสุ

 
 
 
นายประมวล สภาวสุ
9 สิงหาคม 2531 - 26 สิงหาคม 2533
 
 

วันเข้ารับตำแหน่ง :   9  สิงหาคม  2531  
วันที่เกิด/สถานที่ :   29  พฤศจิกายน พ.ศ. 2470/ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
                        ปัจจุบันถึงแก่ อนิจกรรม  เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27  มกราคม 2545  ขณะที่มีอายุได้ 74 ปี
สัญชาติ :  ไทย
ศาสนา :   พุทธ
สถานภาพสมรส:   สมรส : คุณหญิงศรีประพาฬ  สภาวสุ 

 

การศึกษา :

อุดมศึกษา: 
สอบไล่ได้ตามหลักสูตร ชั้นเตรียมปริญญาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง พ.ศ. 2488 - 2489
ปริญญาบัตรกิตติมศักดิ์ของมหาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ประจำปี 2532
ปริญญาบัตรกิตติมศักดิ์ของกองทัพเรือ
ปริญญาบัตรกิตติมศักดิ์ของมหาวิทยาลัยศรีปทุม

 

ประวัติการทำงาน :

-เสรีไทย 2 ปี
-ข้าราชการ กรมสรรพากร
-ผู้จัดการ บริษัท รัชตะ ก่อสร้าง 
-ประธานบริษัท ประมวลก่อสร้าง
-กรรมการสภาหอการค้า
-กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาลูกเสือแห่งชาติ
-สมาชิกสภาจังหวัดพระนคร (กรุงเทพมหานครเดิม)
-กรรมการบริหารคณะกรรมการลูกเสือแห่งชาติ
-กรรมการสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-กรรมการมูลนิธิเพื่อโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
-รองประธานกรรมการโครงการศูนย์โรคหัวใจในสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
  คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล

 

ตำแหน่งสำคัญทางการเมือง

ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2518
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา การเลือกตั้งเมื่อ วันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2518
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา การเลือกตั้งเมื่อ วันที่ 22 เมษายน  พ.ศ.2522
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา การเลือกตั้งเมื่อ วันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2526
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา การเลือกตั้งเมื่อ วันที่ 27 กรกฎาคม  พ.ศ.2529 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2529 ถึงวันที่  8 สิงหาคม พ.ศ.2531
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา การเลือกตั้งเมื่อ  กรกฎาคม  พ.ศ.2531
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2531 ถึงวันที่  25 สิงหาคม พ.ศ.2533
รองนายกรัฐมนตรีอันดับ 1 เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2533 ถึงวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2533
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2533 ถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2534
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา การเลือกตั้งเมื่อ วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2535
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา การเลือกตั้งเมื่อ วันที่ 13 กันยายน  พ.ศ.2535 

 

เกียรติประวัติ: 

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ
ทุติยจุลจอมเกล้า
ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ
มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก
มหาปรมาภรณ์มงกุฏไทย
เหรียญชัยสมรภูมิ
เหรียญลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษอันเป็นสิริยิ่ง "รามกีรติ"
เหรียญลูกเสือสดุดี
เหรียญกาชาด ชั้นที่ 1

 

ผลงานขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
         - ภาวะเศรษฐกิจของประเทศระหว่าง พ.ศ.2531 - พ.ศ.2533 ได้ขยายตัวถึงร้อยละ 11 ซึ่งสูงสุดเท่าที่เคยมีมาในรอบ 20 ปี 
           ทั้งนี้เพราะรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนมากที่สุด ทำให้มีผู้ลงทุนมากเป็นประวัติการณ์
         - ภาวะการส่งสินค้าออกไปจำหน่ายต่างประเทศเฉลี่ยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 34 และเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  ทั้งนี้ เพราะการดำเนินนโยบายสนับสนุนของ      

           รัฐบาล โดยเฉพาะสินค้าข้าวเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 และสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 40
        - ทำให้มีการลงทุนตั้งโรงงานมากขึ้น  และการจ้างแรงงานเพิ่มมากขึ้น  อันเป็นผลให้ประชาชน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้มีรายได้เพิ่มขึ้น
           เพราะได้มีงานทำนั่นเอง
        - ฐานะการคลังในขณะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังปีแรก ปรากฏว่า
                       - งบประมาณขาดดุลอยู่ถึง 23,000 ล้านบาท
                       - จึงเร่งรัดกรมสรรพากร, กรมศุลกากร และกรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีให้รอบคอบ และให้ครบถ้วน
                       - ปรับปรุงการจัดเก็บภาษีอากรบางชนิดให้รัดกุมและมีหลักเกณฑ์ที่ถูกต้อง  ทำให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมยิ่งขึ้น
                       - จึงเป็นผลให้สามารถจัดเก็บภาษีอากรรายได้แผ่นดินได้เพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดฝันเป็นจำนวนมาก
                       - โดยในปีงบประมาณ 2534  สามารถตั้งงบประมาณแผ่นดินได้แบบ "สมดุล" ขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย
                          และขณะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ด้านการเมืองในปัจจุบัน :
         - ได้เกษียณจากทางการเมือง โดยครั้งสุดท้ายเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ.2535
         - ระหว่างดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  สามารถบริหารงานการคลัง ให้ฐานะเงินคงคลังมีอยู่เพียง 11,000 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นเป็น 60,000
            ล้านบาท  ในปีแรก และเพิ่มเป็นกว่าหนึ่งแสนล้านบาทในปีต่อมา
         - ในฐานะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธานคณะกรรมการบริหารธนาคาร ธ.ก.ส.ได้วางแนวนโยบายให้ธนาคารดำเนินการ
            เอื้ออำนวยประโยชน์ต่อเกษตรกรมากที่สุดได้แก่การ
                      - ขยายสินเชื่อไปสู่เกษตรกรทุกภาคและทุกประเภท
                      - คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำมาก
                      - บางปีหากเกิดภาวะแห้งแล้งหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้น  จะต้องงดการจัดเก็บดอกเบี้ยและเพิ่มวงเงินกู้ให้เพิ่มขึ้น
                      - ผ่อนปรนเงื่อนไขต่าง ๆ ให้เหลือน้อยลงกว่าปกติ  เพื่อให้เกษตรกรที่ยากจน  และชั้นเล็กได้รับสิทธิการขอกู้ได้
                      - จัดทำงบประมาณสินเชื่อให้ธนาคารถึง 5,000 ล้านบาท  เพื่อจะได้มีเงินให้เกษตรกรกู้ได้ทั่วถึง
          - ได้ตัดสินใจเพิ่มเงินเดือนให้แก่ข้าราชการประจำ  และปรับปรุงภาษีรายได้บุคคลธรรมดา  เมื่อบริหารงานไปได้ 3 เดือนเศษ  
             คือเริ่มเพิ่มประมาณเดือนเมษายน พ.ศ. 2532
                      - ทำให้รัฐบาลขาดรายได้ประมาณ 21,000 ล้านบาท
                      - แต่รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีอากรต่าง ๆ ในปีงบประมาณ 2532 เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณที่ผ่านมาถึง 60,000 ล้านบาท
                      - ทำให้การจัดสรรงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2534 สามารถ "สมดุล" ได้ในปีแรก 

 

สถานที่ทำงาน/ที่อยู่
24/7 ซอยนวศรี 3 ถนนรามคำแหง21 แขวงวังทองหลาง  เขตวังทองหลาง   กรุงเทพมหานคร 10310
โทร. 314-7345,314-2109