เรื่อง การจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อพัฒนาการลงทุนแบบบูรณาการของกระทรวงการคลัง (27 มิ.ย. 46)

คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาการจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อพัฒนาการลงทุนแบบบูรณาการของกระทรวงการคลัง

แล้วมีมติอนุมัติหลักการ โดยมอบให้รองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) ไปพิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับ

วิธีการกำกับและบริหารการลงทุนของกองทุนรวมวายุภักษ์ที่ชัดเจน และนำมาเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

กระทรวงการคลังเสนอว่า เห็นสมควรที่จะได้มีการปรับปรุงระบบและแนวทางการลงทุนของกระทรวง

การคลังให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การออม และการลงทุนของประเทศอย่างบูรณาการ

จากเดิมที่เป็นการลงทุนของรัฐโดยใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน การกู้เงิน หรือการมอบหมายให้สถาบันการเงินของรัฐลงทุน

แทน ซึ่งมีข้อจำกัดทางกฎหมาย และขาดความคล่องตัวในการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ และเนื่องจากได้มีการพัฒนาการ

ลงทุนในรูปแบบใหม่ ๆ ในระบบตลาดทุน จึงเห็นสมควรที่กระทรวงการคลังจะได้มีการพิจารณาจัดตั้งกองทุนหรือสถาบัน

การลงทุน ที่อาศัยการระดมทุนจากตลาดทุนและตลาดเงินเพิ่มเติมอีกวิธีหนึ่ง กล่าวคือ การจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อการลงทุน

แบบ Mutual Fund Flexible Port โดยกระทรวงการคลังเป็นผู้จัดตั้งตามกฎเกณฑ์และการกำกับดูแลของคณะกรรมการ

กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) โดยมีหลักการสำคัญ ๆ ดังนี้

1. กำหนดวัตถุประสงค์หลักให้กองทุนรวมเพื่อพัฒนาการลงทุนแบบบูรณาการเป็นองค์กรถือครองและ

บริหารจัดการหลักทรัพย์และใช้สิทธิของกระทรวงการคลังตามที่กระทรวงการคลังจะมอบหมาย

2. เป็นกองทุนรวมประเภทไม่รับซื้อคืนก่อนสิ้นอายุโครงการ (Closed – end Fund) อายุโครงการ 10 ปี

ในระยะแรกและขยายอายุโครงการได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม

3. วงเงินกองทุนรวมเบื้องต้นกำหนดวงเงิน 100,000 ล้านบาท (หนึ่งแสนล้านบาทถ้วน) แบ่งจำหน่าย

หน่วยลงทุนเป็นงวด ๆ ตามความต้องการของทางราชการและตามภาวะตลาด โดยจะจำหน่ายให้แก่นักลงทุน สถาบัน

ประชาชนทั่วไป และภาครัฐ โดยในหลักการกองทุนรวมดังกล่าวจะให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนในรูปเงินปันผลใน

อัตราที่ทัดเทียมหรือดีกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคารพาณิชย์ตามความเหมาะสม และ/หรืออาจให้สิทธิที่จะ

ได้รับการปันผลในรูปหุ้น หรือส่วนแบ่งกำไรจากการเพิ่มมูลค่าของหุ้นที่กองทุนถืออยู่ รวมทั้งสิทธิการแปลงสภาพหน่วย

ลงทุนเป็นหุ้นบางส่วนก็ได้

4. เงินที่กองทุนรวมเพื่อการพัฒนาแบบบูรณาการระดมได้จะนำไปลงทุนในหลักทรัพย์ของรัฐวิสาหกิจและ

สถาบันการเงินที่รัฐถือครองอยู่ รวมทั้งหุ้น พันธบัตร หุ้นกู้ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิและตราสารอนุพันธ์อื่นตามหลักการที่

กระทรวงการคลังจะกำหนดโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี ซึ่งในเบื้องต้นสมควรกำหนดเป็นหลักเกณฑ์สำคัญ 3 ประการ ดังนี้

4.1 ลงทุนในหุ้น พันธบัตร หุ้นกู้ ใบสำคัญแสดงสิทธิ และตราสารอนุพันธ์อื่น โดยซื้อหรือรับโอนสิทธิ

ของกระทรวงการคลัง ซึ่งมีอยู่ในปัจจุบันและในอนาคต

4.2 ลงทุนในหุ้นของรัฐวิสาหกิจที่จะแปรสภาพ

4.3 ลงทุนในธุรกิจพื้นฐานที่สำคัญและมีปัจจัยพื้นฐานดี มั่นคง เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ

และสังคมของประเทศ โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การคำนวณผลตอบแทนเชิงพาณิชย์ รวมทั้งการบริหารการลงทุน

ป้องกันความเสี่ยงเพื่อประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญด้วย

สำหรับการลงทุนของกองทุนรวมในระยะแรกเห็นสมควรให้ลงทุนเฉพาะการลงทุนในหุ้นของสถาบัน

การเงินหรือการลงทุนในรัฐวิสาหกิจที่จะแปรรูปเป็นหลัก

ในส่วนของหุ้นที่กระทรวงการคลังจะขายให้แก่กองทุนรวมนี้ ให้กำหนดราคาขายในราคาที่อ้างอิงกับ

ราคาตลาดที่มีการซื้อขายในขณะนั้นโดยมีส่วนลดตามสมควร ทั้งนี้ ให้กำหนดเงื่อนไขให้กระทรวงการคลังมีสิทธิซื้อคืนจาก

กองทุนภายในเวลาที่กำหนด

5. กระทรวงการคลังจะแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อกำกับการบริหารจัดการกองทุนรวมเพื่อพัฒนาการลงทุน

แบบบูรณาการ สำหรับการบริหารจัดการการลงทุนจะดำเนินการโดยผู้บริหารมืออาชีพที่คัดเลือกจากบริษัทหลักทรัพย์ที่

ได้รับใบอนุญาตจัดการกองทุนรวมภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กระทรวงการคลังกำหนด

การจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อพัฒนาการลงทุนแบบบูรณาการ นอกจากจะทำให้การบริหารจัดการหลักทรัพย์

ที่รัฐถือครองอยู่เกิดประโยชน์สูงสุด และลดภาระของรัฐในการจัดสรรเงินงบประมาณเพื่อนำไปลงทุนในกิจการที่มีความ

จำเป็นและต้องการการส่งเสริมจากภาครัฐแล้ว ยังเป็นการเพิ่มทางเลือกของประชาชนผู้ออมเงินในภาวะที่อัตราดอกเบี้ย

เงินฝากต่ำเช่นปัจจุบัน อีกทั้งจะเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้ตลาดทุนของประเทศขยายตัว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ

โดยรวมของประเทศต่อไป และกระทรวงการคลังจะสามารถใช้กองทุนนี้เป็นเครื่องมือในการรักษาความเป็นเจ้าของ

ทรัพย์สินและความมั่งคั่งของประเทศอีกทางหนึ่ง


. เรื่อง การจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อพัฒนาการลงทุนแบบบูรณาการของกระทรวงการคลัง ( 1 ก.ค. 46)

คณะรัฐมนตรีพิจารณากรอบและหลักการสำคัญ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ แล้วมีมติ ดังนี้

1. อนุมัติให้กระทรวงการคลังดำเนินการจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อพัฒนาการลงทุนแบบบูรณาการ เรียกชื่อว่า“กองทุนรวมวายุภักษ์” (VAYUPAK MUTUAL FUND) เพื่อถือครองและบริหารจัดการหลักทรัพย์และการใช้สิทธิของกระทรวงการคลังตามที่กระทรวงการคลังจะมอบหมาย

2. อนุมัติให้จัดตั้งกองทุนรวมแบบยืดหยุ่น (Mutual Fund Flexible Port folio) ประเภทไม่รับซื้อคืนก่อนสิ้นอายุโครงการ (Closed and Fund) อายุโครงการ 10 ปี และอาจขยายอายุโครงการได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม

3. อนุมติวงเงินของการจัดตั้งกองทุนรวมไว้เบื้องต้น 100,000 ล้านบาท โดยจะจำหน่ายหน่วยลงทุนให้กับนักลงทุนประเภทสถาบันและประชาชนทั่วไป และกระทรวงการคลังในฐานะเจ้าของกองทุน

4. ให้แบ่งกองทุนรวมวายุภักษ์เป็น 2 กองทุน โดยกำหนดหลักเกณฑ์การลงทุน เป้าหมายการระดมทุนและการกำหนดนโยบายปันผลแตกต่างกัน ดังนี้

 

กองทุนรวมวายุภักษ์ 1

กองทุนรวมวายุภักษ์ 2

1. วัตถุประสงค์ในการลงทุน

ลงทุนในหลักทรัพย์ของสถาบันการเงิน

รัฐวิสาหกิจ และธุรกิจที่กระทรวงการคลัง

ถืออยู่ในปัจจุบัน

ลงทุนในหลักทรัพย์ของรัฐวิสาหกิจที่จะแปร

สภาพหุ้นเพิ่มทุนตามสิทธิ หรือสิทธิเรียกร้อง

ที่กระทรวงการคลังอาจมีในอนาคต

2. ประเภทของหลักทรัพย์ที่จะลงทุน

หุ้น พันธบัตร หุ้นกู้ ใบสำคัญแสดงสิทธิ

ตราสารอนุพันธ์อื่น

หุ้น พันธบัตร หุ้นกู้ ใบสำคัญแสดงสิทธิ

ตราสารอนุพันธ์อื่น

3. ผลตอบแทนการลงทุน

กำหนดเงินปันผลที่แน่นอนไม่ต่ำกว่าอัตรา

ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือนของธนาคาร

พาณิชย์บวกส่วนเพิ่มไม่ต่ำกว่าร้อยละ 1

กำหนดเงินปันผลตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ตามหนังสือชี้ชวนโดยไม่มีการรับประกัน

ขั้นต่ำทั้งเงินต้นและผลตอบแทน

4. การรับซื้อหุ้นคืนจากกองทุนรวม

กระทรวงการคลังมีสัญญารับซื้อหุ้นคืนที่

แน่นอนในราคาที่ขายบวกด้วยดอกเบี้ยและ

ค่าบริหารจัดการ เท่ากับเป็นการประกัน

เงินต้นของกองทุนรวม

กระทรวงการคลังมีสิทธิรับซื้อหุ้นก่อนผู้ถือ

หน่วยลงทุนรายอื่นในราคาที่จะตกลงกัน

โดยอิงราคาตลาด

5. เป้าหมายนักลงทุน

นักลงทุนรายย่อยและประชาชนทั่วไป

นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนทั่วไปที่ต้อง

ลงทุนขั้นต่ำตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ไม่น้อย

กว่า 5 – 10 ล้านบาท และ 50,000 –

100,000 บาท เป็นต้น

6. สิทธิการโอนเปลี่ยนมือ

จดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์สามารถ

ซื้อขายในตลาดรองได้

จดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์สามารถ

ซื้อขายในตลาดรองได้

5. อนุมัติให้กระทรวงการคลังแก้ไขระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจำหน่ายหุ้นและซื้อหุ้นของ

ส่วนราชการ พ.ศ. 2535 ข้อ 4 ในส่วนของนิยาม “หุ้น” ให้หมายความรวมถึงหน่วยลงทุนด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้กระทรวง

การคลังดำเนินการตามข้อ 6 ได้

6. อนุมัติให้กระทรวงการคลังนำเงินที่ได้จากการขายหุ้น หลักทรัพย์ หุ้นกู้ พันธบัตร และสิทธิเรียกร้อง

ทั้งหมด เข้าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมวายุภักษ์ ซึ่งเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจำหน่ายหุ้นและซื้อหุ้นของส่วนราชการ พ.ศ. 2535 ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะลงทุนเพิ่มเติม

ตามความจำเป็นไม่เกิน 1 ใน 3 ของวงเงินกองทุนรวมวายุภักษ์ที่จดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์

และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.)

7. ให้กองทุนรวมวายุภักษ์นำเงินรายได้จากการขายหรือลงทุนซื้อหุ้นที่กระทรวงการคลังถือครองหรือมีสิทธิเรียกร้องอื่นใดที่กระทรวงการคลังถือครองในปัจจุบันและอนาคตทุกประเภท โดยกระทรวงการคลังขายหุ้น พันธบัตร

หุ้นกู้ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิ และตราสารอนุพันธ์อื่นใดในราคาที่จะตกลงกัน โดยมีเงื่อนไขสำคัญให้กระทรวงการคลัง

ทำสัญญารับซื้อคืนจากกองทุนรวมวายุภักษ์ในราคาที่ขายบวกด้วยค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยของการถือครองตลอดอายุสัญญา และ

ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการของกองทุนรวมวายุภักษ์

8. เมื่อคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแล้ว ให้กระทรวงการคลังแต่งตั้งคณะกรรมการจัดตั้งกองทุนรวมวายุภักษ์

โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน เพื่อดำเนินการจัดตั้งกองทุนรวมวายุภักษ์ และดำเนินการว่าจ้าง

ที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Adviser) และผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหน่วยลงทุน (Underwriter)

ตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามแผนการปฏิบัติการจัดตั้งกองทุนรวมวายุภักษ์

เบื้องต้น และเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงการคลังใคร่ขออนุมัติจัดตั้งสำนักงานกองทุนรวม

วายุภักษ์ และทำความตกลงกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) และสำนักงบประมาณ ในเรื่องอัตรากำลังและงบประมาณที่จำเป็นเพื่อรับผิดชอบการบริหารงานกองทุนรวมวายุภักษ์โดยตรงต่อไป

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้หารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับ

หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ในรายละเอียดการจัดตั้งและวิธีการจัดจำหน่าย หลักเกณฑ์การจ่ายปันผล และ

ข้อสังเกตอื่น ๆ ซึ่งจะได้มอบหมายให้คณะกรรมการในข้อ 8 พิจารณารายละเอียดดำเนินการจัดตั้งต่อไป

อนึ่ง คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2546 อนุมัติในหลักการให้กระทรวงการคลังจัดตั้ง

กองทุนรวมเพื่อลงทุนแบบยืดหยุ่น Mutual Fund Flexible Portfolio โดยกระทรวงการคลังเป็นผู้จัดตั้งตามกฎระเบียบของ

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) และมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด

จาตุศรีพิทักษ์) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และเจ้าหน้าที่หารือในรายละเอียดกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และประธานที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารจัดการนโยบายการปันผล และหลักเกณฑ์การลงทุนให้ชัดเจน โดยจำแนก

กลุ่มเป้าหมายการขายหน่วยลงทุนได้ ซึ่งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้จัดการประชุมหารือกับผู้ที่

เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2546 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเพื่อพิจารณากำหนดนโยบายหลัก และกรอบ

การบริหารจัดการกองทุนรวมวายุภักษ์ โดยเฉพาะการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการลงทุน การกำหนดหลักประกันของรัฐ

แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนประเภทนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันหลักเกณฑ์การลงทุนของกองทุนที่สำคัญ และการให้

หลักประกันแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน และเป้าหมายการบริหารจัดการและการระดมทุนจากนักลงทุนอย่างชัดเจน


1 ก.ค.  46


Last updated:   28- February - 2546   13:50:26
start   21 march 02        Contact Webmaster  :  webmaster@mof.go.th